วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

ภูมิศาสตร์ พิษณุโลก


ภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
รองศาสตราจารย์พัฒนา ราชวงศ์ และอาจารย์ ดร.กัมปนาท ปิยะธำรงชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร
เป็นเรื่องที่ดีมากที่มีความพยายามจะทบทวนความเป็นมาเป็นไปของภาควิชาภูมิศาสตร์ในสถาบันการศึกษาของประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นฐานข้อมูลให้นานาชาติได้รู้จักกับภาควิชาภูมิศาสตร์ในประเทศของเราขึ้นมาบ้าง หลังจากที่สหพันธ์ภูมิศาสตร์นานาชาติได้รู้จักภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ผ่านคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เพียงมุมเดียวที่เดียวมานาน  อีกทั้งกรรมการของสหพันธ์ที่เป็นตัวแทนจากประเทศไทย ยังไม่ใช่ตัวแทนจากสมาคมภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย แต่เป็นตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ที่ทุกวันนี้ยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อสาขาวิชาภูมิศาสตร์ ให้ได้มีที่ยืนในฐานะสาขาวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อประเทศไม่น้อยไปกว่าสาขาวิชาอื่นๆ
ครั้งนี้ถึงวาระการนำเสนอตัวตนของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มีกระบวนการพัฒนาและละเว้นการพัฒนามาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้ชื่อภาควิชาภูมิศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกจัดอยู่ใต้ร่มของภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย แต่ก็ใช่ว่าการไม่มีชื่อให้เรียกจะหยุดพัฒนาการและการแสวงหาความรู้ทางภูมิศาสตร์ของสาขาวิชาภูมิศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พวกเรายังคงเดินหน้าหาความรู้ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นความรู้ที่มีแก่นมีรากมีปรัชญา ที่เป็นความรู้ที่จำเป็นต่อการเป็นอยู่ของมนุษยชาติกันต่อไป
ต่อไปนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์บางส่วนในพื้นที่จำกัดของภาควิชาภูมิศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งจะได้กล่าวถึง ความเป็นมาและเป็นอยู่ บุคลากร ผลงานที่เป็นเอกสารการสอนและงานวิจัย และระเบียบวาระด้านงานวิจัยที่ต้องผลักดันในอนาคต โดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ 5 ช่วงเวลา คือ ช่วงเวลาแห่งการบุกเบิก (พ.ศ.2510-2524) ช่วงเวลาของการสร้างพัฒนาการ (พ.ศ.2525-2534) ช่วงเวลาของพัฒนาการ (พ.ศ.2535-2544) ช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์และบูรณาการ (พ.ศ.2545-2554) และช่วงเวลา (2555-)


2510-2524 ช่วงเวลาแห่งการบุกเบิก
เริ่มแรกคือวันที่ 18 มกราคม พ..2510 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกขึ้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้านการศึกษา สมัยนั้นวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้แบ่งส่วนราชการภายในเป็นคณะวิชา 3 คณะ คือ คณะวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คณะวิชามนุษยธรรมศึกษาและสังคมศึกษา และคณะวิชาการศึกษา
สำหรับภาควิชาภูมิศาสตร์ เป็นภาควิชาหนึ่งภายในโครงสร้างของคณะวิชามนุษยธรรมศึกษาและสังคมศึกษา โดยช่วงสองสามปีแรกยังไม่มีบุคลากรประจำ ต้องอาศัยบุคลากรจากภาควิชาอื่นๆ และจากวิทยาลัยครูพิบูลสงครามมาช่วยกันสอนนิสิต จนกระทั่งปี พ..2512 และ 2513 จึงได้บรรจุบุคลากร 2 คน คือ                  รองศาสตราจารย์บัญชา คูเจริญไพบูลย์ ทำหน้าที่สอนวิชาเกี่ยวกับแผนที่ และผู้ช่วยศาสตราจารย์คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ ทำหน้าที่สอนในรายวิชาภูมิศาสตร์กายภาพ ทั้งสองท่านนี้ได้ทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาในรายวิชาศึกษาทั่วไป และจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภูมิศาสตร์สำหรับนิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต วิชาเอกสังคมศึกษา และวิชาโทภูมิศาสตร์
กระทั่งปีการศึกษา 2515 จึงได้เปิดรับนิสิตเข้ามาเรียนภาคสมทบ (รับผู้จบการศึกษาระดับประกาศนียบัติวิชาการศึกษาชั้นสูง (ปกศ.สูง) เข้ามาเรียนต่อ 2 ปี โดยจัดการเรียนการสอนช่วงเวลาเย็นของวันจันทร์พุธและศุกร์) ตามหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต วิชาเอกภูมิศาสตร์ และรับนิสิตเข้ามาเรียนภาคปรกติในปีการศึกษา 2518 เรื่อยมาจนกระทั่งปีการศึกษา 2525 จึงรับนิสิตเข้ามาเรียนตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์ เป็นรุ่นแรก


2525-2534 ช่วงเวลาของการสร้างพัฒนาการ
ปีการศึกษา 2525 ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก เปิดรับนิสิตตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ขึ้นเป็นปีแรก โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่แบ่งกลุ่มสาขาวิชาภูมิศาสตร์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ภูมิศาสตร์กายภาพ ภูมิศาสตร์ภูมิภาคและมนุษย์ และเทคนิควิธีการทางภูมิศาสตร์ มีบุคลากรที่ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 
  • รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัช บุรีรักษ์ (เกษียณอายุราชการ) สอนภูมิศาสตร์เบื้องต้น
  • รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ เทวเส (เสียชีวิต) สอนภูมิศาสตร์เมืองและภูมิศาสตร์ภูมิภาค
  • รองศาสตราจารย์บัญชา คูเจริญไพบูลย์ (เกษียณอายุราชการ) สอนการเขียนแผนที่และภูมิอากาศ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ(เกษียณอายุราชการ) สอนภูมิศาสตร์กายภาพและธรณีวิทยา
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรัตน์ ผลนารักษ์ (เกษียณอายุราชการ) สอนภูมิศาสตร์เศรษฐกิจและการวิจัย
และมีอาจารย์อุทร หน่อคำ (ปริญญาโทภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชิคาโก) มาช่วยทางด้านภูมิศาสตร์มนุษย์ สำหรับรายวิชาทางด้านเทคนิควิธีการ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ภิรมย์ อ่อนเส็ง มาช่วยในระยะแรก และย้ายมาประจำเพื่อทดแทน รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัช บุรีรักษ์ ที่ย้ายไปประจำที่ประสานมิตรเมื่อปีการศึกษา 2527


ช่วงเวลานี้ งานวิจัยของอาจารย์ประจำของภาควิชาภูมิศาสตร์มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นการเข้าร่วมงานวิจัยกับภาควิชาภาษาศาสตร์ ในการสำรวจและทำแผนที่ภาษา งานวิจัยในสาขาวิชาภูมิศาสตร์เองมีเพียง 2 เรื่อง คือ งานวิจัยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ภิรมย์ อ่อนเส็ง เรื่อง “การแปลความหมายข้อมูลแลนด์แซทเพื่อทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดสุโขทัย” และ “เส้นทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย” ขณะที่ผลงานส่วนใหญ่เป็นการเขียนเอกสารประกอบการสอนและตำรา โดยมีตำราที่โดดเด่นมาก คือ งานตีพิมพ์ตำราของรองศาสตราจารย์บัญชา คูเจริญไพบูลย์ (พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2525 และพิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551) การแปลความหมายแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ สำนักพิมพ์อักษรวัฒนา


2535-2544 ช่วงเวลาของพัฒนาการ
ปีการศึกษา 2535 ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการพัฒนา/ปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ที่แต่เดิมใช้หลักสูตรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒิ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะของตนเอง ด้วยการจัดระบบการหมวดหมู่ของรายวิชาให้เข้ากลุ่ม 3 กลุ่มวิชา คือ กลุ่มวิชาภูมิศาสตร์กายภาพเน้นระบบสัณฐานของลำน้ำและภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการของลำน้ำ ภูมิศาสตร์มนุษย์เน้นระบบการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งและความสัมพันธ์ทางพื้นที่ของชุมชน และเทคนิควิธีการทางภูมิศาสตร์เน้นการสำรวจและทำแผนที่ด้วยการแปลความความจากภาพถ่ายทางอากาศ ช่วงเวลานี้ รองศาสตราจารย์พัฒนา ราชวงศ์ (ปริญญาโทภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ได้บรรจุทดแทน รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ เทวเส ในปี พ..2535 สองสามปีต่อมา ได้มีการรับนิสิตสาขาวิชาภูมิศาสตร์ที่มีผลการเรียนดีเป็นอาจารย์ และได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบปริญญาเอก จำนวน 2 คน คือ 
  • อาจารย์ ดร.กัมปนาท ปิยะธำรงชัย (ปริญญาเอกภูมิศาสตร์ ยูซีแอล) และ
  • อาจารย์ประสิทธิ์ เมฆอรุณ (กำลังทำปริญญานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี)
นอกจากนี้ ยังมีการรับบุคลกรเพิ่มเติมเข้ามาอีก จำนวน 4 คน ประกอบด้วย อาจารย์ ร.อ.อนุชิต วงศาโรจน์ (ปริญญาเอกภูมิสารสนเทศศาสตร์ เอไอที) อาจารย์ ดร.จรัสดาว คงเมือง (ปริญญาเอกภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยลีดส์) และอาจารย์ ดร.วภากร อมรธรรม (ปริญญาเอกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมดิน เอไอที) ซึ่งทั้งหมดช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ในปีการศึกษา 2539 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับคณะใหม่ ภาควิชาภูมิศาสตร์ถูกย้ายมารวมกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ตั้งชื่อใหม่ว่า ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสังกัดคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาควิชามีบุคลากรเพิ่มเข้ามาอีก 3 คน ประกอบด้วย 
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุระพล ภาณุไพศาล (ปริญญาโทธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร (ปริญญาเอกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล) และ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กณิตา ธนเจริญชณภาส (ปริญญาเอกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สจพ
ซึ่งภาควิชาฯ ได้พัฒนาหลักสูตรขึ้นมาอีก 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และสาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลานั้นมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บรรจุบุคลากรเพิ่มให้กับภาควิชาฯ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 
  • รองศาสตราจารย์ ดร.เสวียน เปรมประสิทธิ์ (ปริญญาเอกนิเวศวิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยอิหิเม่ห์
  • รองศาสตาราจารย์ ดร.กิจการ พรหมมา (ปริญญาเอกธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม
  • อาจารย์ ดร.ภนิตดา เชนรัชชสิทธ์ (ปริญญาหลังปริญญาเอกวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาร์วาด) และ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ (ปริญญาเอกนิเวศวิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยอิหิเม่ห์)
เอกสารการสอนและตำราที่ได้รับการเผยแพร่ทั่วประเทศ คือ รองศาสตราจารย์พัฒนา ราชวงศ์ (2536) “การวิเคราะห์สถิติภูมิศาสตร์” สำนักพิมพ์ศิลปบรรณาคาร ส่วนงานวิจัยที่โดดเด่นเริ่มมีมากขึ้นตามจำนวนบุคลากรและความเด่นชัดของสาขาวิชาที่แต่ละคนจบการศึกษาและมีความเชี่ยวชาญ ดังนี้
  • กิจการ พรหมมา (2544) ผลกระทบจากการใช้น้ำบาดาลบ่อตื้นที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในนาข้าวในจังหวัดพิษณุโลก (วช)
  • พัฒนา ราชวงศ์ และคณะ (2538) การศึกษาเพื่อบูรณะปรับปรุงสภาพแวดล้อมเมืองเก่าพิษณุโลก (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม), พัฒนา ราชวงศ์ และคณะ (2542) การศึกษาเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่าง (ททท) และพัฒนา ราชวงศ์ และคณะ (2544) การศึกษาเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวภาคเหนือกลางตอนบน (ททท)
  • เสวียน เปรมประสิทธิ์ (2544) นิเวศวิทยาและองค์ประกอบทางเคมีของต้นลูกชิด Arenga pinnata ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้าง จังหวัดน่าน (วช)

2545-2554 ช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์และบูรณาการ
ช่วงเวลานี้มีการปรับปรุงหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ด้วยการบูรณาการทั้งสองสาขาย่อยของภูมิศาสตร์ คือ ภูมิศาสตร์กายภาพที่เน้นระบบและกระบวนการของธารน้ำ เนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัยมีสภาพเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการของธารน้ำ มีการชะล้าง การพัดพา และการทับถมเกิดขึ้นทั่วไป จึงต้องการการอธิบายทางภูมิศาสตร์กายภาพให้เป็นที่เข้าใจ และภูมิศาสตร์มนุษย์ที่เน้นบริบทของเมืองและการแสดงบทบาทระดับภูมิภาคของเมือง เนื่องจากการเติบโตและการกลายเป็นเมืองทั้งในพื้นที่ที่เคยเป็นเมืองอยู่เดิมกับพื้นที่ชนบทที่มีถูกเมืองรุกคืบทั้งทางกายภาพและทางสังคม ต่างๆ เหล่านี้ล้วนต้องการความรู้ทั้งภูมิศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ทั้งสองส่วนนี้จะต้องบูรณาการให้เข้ากับการทำแผนที่ ระบบข้อมูลจากดาวเทียม และภูมิสารสนเทศศาสตร์ โดยจัดให้นิสิตชั้นปีที่ 3 เลือกความรู้และความชำนาญด้านใดด้านหนึ่งในสองสาขาย่อยดังกล่าว แล้วนำเอาทักษะและความรู้ทางด้านภูมิสารสนเทศศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือให้เกิดการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคม ผ่านการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี 6 หน่วยกิตในชั้นปีที่ 4
นอกจากนี้ ภาควิชาฯ ยังได้ทำการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ ขึ้นมาตามนโยบายของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนในศาสตร์ที่คาบเกี่ยวกัน 2 ศาสตร์ คือ ภูมิสารสนเทศ (Geoinformatics) ที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับสร้าง/พัฒนา และใช้เทคนิคการสำรวจ/แผนที่/โครงสร้างของสารสนเทศ เพื่อแก้ปัญหาทางภูมิศาสตร์ ศาสตร์ทางพื้นที่ และวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ภูมิสารสนเทศศาสตร์ (Geographic Information Sciences) เป็นบูรณาการระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ไปประยุกต์ใช้สำหรับการศึกษาถึงปรากฏการณ์จริงที่มีอยู่ การนำเสนอความจริง และประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาและนำเสนอความจริง เพื่อให้สามารถอธิบายและทำนายปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์ได้ โดยได้เลือกในแนวทางที่สองเป็นกรอบในการพัฒนาหลักสูตร และหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมานี้ได้นำไปใช้จัดการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร


ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ยังได้มีการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูระบบนิเวศ การที่จะใช้เป็นฐานพัฒนาองค์ความรู้ในระดับที่สูงขึ้นไป โดยมีการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการรองรับในแนวดิ่งด้วย
ช่วงเวลานี้มีการรับเข้าบุคลากรเพิ่มเติม จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 
  • อาจารย์ธัญลักษณ์ ศรีโพธิ์ (ปริญญาโทภูมิศาสตร์กายภาพ มหาวิทยาลัยวูลองกอง และกำลังศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อทดแทนผู้ช่วยศาสตราจารย์คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ) 
  • อาจารย์นัฐพล มหาวิค (ปริญญาโทโฟโตแกรมเมตรีและภูมิสารสนเทศ จากสถาบันวิชาการชั้นสูงแห่งแฟรงค์เฟิร์ต เพื่อทดแทนรองศาสตราจารย์บัญชา คูเจริญไพบูลย์ และกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกด้านภูมิอากาศวิทยาที่มหาวิทยาลัยเกียวโต) และ
  • อาจารย์พลปรีชา ชิดบุรี (ปริญญาโทวิศวกรรมสำรวจ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
เอกสารการสอนและตำราที่ผลิตในช่วงเวลานี้มีหลายเล่ม แต่ที่แพร่หลาย คือ คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ และพัฒนา ราชวงศ์ (บรรณาธิการ, 2547) “มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม” สำนักพิมพ์รัตนสุวรรณ3 และกิจการ พรหมมา (2550) “อุทกธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม” มหาวิทยาลัยนเรศวร
ช่วงเวลานี้บุคลากรของภาควิชาฯ ได้ผลิตงานวิจัยออกมาเป็นจำนวนมาก คัดลอกมาเพื่อเป็นตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้
  • กณิตา ธนเจริญชณภาส (2553) ผลกระทบจากการเพิ่มระดับโอโซนในบรรยากาศจากสภาวะโลกร้อนต่อคุณภาพของโปรตีนและไขมันชนิดสำคัญของถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองไทย (วช)
  • กัมปนาท ปิยะธำรงชัย (2554) แผนที่ความสุขในจังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร (สสส)
  • กิจการ พรหมมา (2553) กระบวนการทางอุทกธรณีเคมีของปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้ำบาดาลและน้ำผิวดินในระหว่างแม่น้ำสองสาย (สกว)
  • จรัญธร บุญญานุภาพ (2553) Cost-Benefit Analysis of Landslide Rehabilitation Measure (EEPSEA)
  • ชนินทร์ อัมพรสถิร (2550) ผลของโทรโปสเพียร์ริกโอโซนต่อข้าวในประเทศไทย (วช)
  • พัฒนา ราชวงศ์ (2553) ภูมิสารสนเทศแบบมีส่วนร่วมเพื่อเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำวังทอง (กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม)
  • ภนิตดา เชนรัชชสิทธิ์ (2551) Development of Instrument to Measure Thai Environmental Literacy (วช)
  • ภิรมย์ อ่อนเส็ง (2548) การศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทโครงการบูรณาการพระราชวังจันทน์และย้ายโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม (สนง.โบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานสำนัก 6 สุโขทัย)
  • เสวียน เปรมประสิทธิ์ (2550) โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพื้นที่มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ พะเยา อ.เมือง จ.พะเยา (วช)
  • วภากร ศิริเจริญ (2552) พฤติกรรมของสารกำจัดวัชพืชพาราควอทในดินที่มีน้ำท่วมขังสลับกับสภาพดินแห้งอย่างต่อเนื่อง (วช)

2555- ช่วงเวลาแห่งการผลักดันงานวิจัยทางภูมิศาสตร์
สำหรับคำถามที่ว่า การวิจัยทางภูมิศาสตร์ที่ใช้ภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือและไม่ได้ภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือ จะไปทางไหนได้บ้างนั้น ภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความใส่ใจเป็นประเด็นสำคัญอย่างมาก เพราะนี่จะเป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนางานวิชาการทางภูมิศาสตร์ให้เกิดการสร้างสรรค์และมีความก้าวหน้าต่อไป จึงได้ทบทวนข้อเสนอตามรายงาน เรื่อง “ความเข้าใจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง: ทิศทางยุทธศาสตร์ทางด้านภูมิศาสตร์” ของคณะกรรมการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์สำหรับภูมิศาสตร์ในทศวรรษหน้า (2010) สภาวิจัยแห่งชาติอเมริกัน เนื้อความกล่าวถึงคำถามหลัก 4 ประการ คือ
  • จะทำความเข้าใจและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างไร
  • จะรณรงค์ให้เกิดสภาวะความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • จะบ่งชี้และรับมือกับการจัดรูปเชิงพื้นที่ของเศรษฐกิจและสังคมเชิงแบบใหม่ๆ ได้อย่างไร
  • จะดึงเอาพลังการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพื่อทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้อย่างไร
และจากการพิจารณาตามบทบาทของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้มีการพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่องและมีความหลากหลาย โดยใช้ข้อมูลงานวิจัยของภาควิชาฯ ปี พ.ศ.2552 เช่น ภูมิสารสนเทศอย่างมีส่วนร่วมเพื่อเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม แผนที่ความสุข การจัดการที่ดิน แบบจำลองพลวัตการเติบโตของเมือง ภูมิศาสตร์อาชญากรรม ฐานข้อมูลหมู่บ้าน และงานวิจัยทางด้านการจัดการพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ ต่างๆ เหล่านี้นำมาวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพของงานวิจัยทางด้านภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศในปัจจุบันและแผนงานวิจัยในอนาคต ผลลัพธ์เป็นไปตามภาพที่ 4 ผลการสังเคราะห์งานวิจัยจากภารกิจของภาควิชาสัมพันธ์กับคำถามหลักของคณะกรรมการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์สำหรับภูมิศาสตร์ในทศวรรษหน้า
การสังเคราะห์ข้อมูลดังที่กล่าวมาทำให้ทราบถึงศักยภาพงานวิจัยของภาควิชาเมื่อเปรียบเทียบกับคำถามที่ท้าทายนักภูมิศาสตร์ที่จะใช้เครื่องมือในการวิจัยเพื่อตอบคำถามดังกล่าว ภาพที่ 5 นำเสนอคำสำคัญที่สังเคราะห์จากศักยภาพการทำวิจัยของภาควิชาและแนวโน้มและความท้าทายในการตอบคำถาม
  • คำถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ประเด็นวิจัย ได้แก่ การจัดการพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ (Disaster Management) ประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ (ฺBiodiversity) การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก (Climate Change) และวิวัฒนาการของภูมิทัศน์ (Landscape Evolution)
  • การรณรงค์เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ประเด็นวิจัย ได้แก่ ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (Global Warming and Health) ความเป็นอยู่ที่ดีและความสุขของชุมชน (Well-Being and Happiness) สมดุลพืชอาหารและพืชพลังงาน (Food and Energy Plants) การจัดการทรัพยากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Resources in Southeast Asia) และการเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture)



ภาพ ผลการสังเคราะห์งานวิจัยจากภารกิจของภาควิชาสัมพันธ์กับคำถามหลักของคณะกรรมการกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์สำหรับภูมิศาสตร์ในทศวรรษหน้า (2010)
  • การจัดรูปใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคม ประเด็นวิจัย ได้แก่ อาชญากรรมและความหวาดกลัว (Crime and Fear) การเจริญเติบโตของเมือง (Urbanization) และภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
  • การสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อทำให้สังคมและสภาพแวดล้อมดีขึ้น ประเด็นวิจัย ได้แก่ การท่องเที่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Informative Tourism) ภูมิสารสนเทศอย่างมีส่วนร่วม (Public Participation GIS) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม (Public Participation SDSS)
  • ระเบียบวาระงานวิจัยสำหรับภาควิชาภูมิศาสตร์ที่ต้องสร้างกันขึ้นมา และสำคัญไปกว่านั้น คือ ต้องได้รับการผลักดันให้สังคมเห็นความสำคัญ จนมีงานวิจัยในสาขาวิชาภูมิศาสตร์ออกมาให้สังคมเห็นอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน (ไม่ใช่เป็นรูปเป็นธรรมอย่างที่ในหลายสาขาวิชาต้องการ)




ภาพ ทิศทางการวิจัยของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
การจัดทำกรอบการวิจัยดังกล่าว ถือเป็นความมุ่งมั่นของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างงานวิจัยในสาขาวิชาภูมิศาสตร์ที่มีคุณภาพให้ได้รับการยอมรับในสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะได้ใช้กรอบการวิจัยนี้ใช้ในการขับเคลื่อนงานวิจัยของบุคลากรที่พัฒนาโครงการวิจัยอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังได้ส่งเสริมให้นิสิตปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ที่ต้องทำงานวิจัยตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยพิจารณากำหนดประเด็นวิจัยให้สอดคล้องกันด้วย ยิ่งกว่านั้นในปีการศึกษา 2555 ภาควิชาฯ ยังได้พัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศศาสตร์ ซึ่งพร้อมที่จะรับบุคคลเข้ามาศึกษาและทำงานวิจัยภายใต้กรอบการวิจัยนี้ 
สำหรับปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา ภาควิชาได้จัดการประชุมสัมมนาวิชาการเพื่อเป็นเวทีสำหรับนำเสนองานวิจัยและงานวิชาการด้านภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศศาสตร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก มีผู้เข้าร่วมนำเสนอผลงานกว่า 30 เรื่อง และมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 100 คน ผลงานวิจัยและงานวิชาการส่วนหนึ่งได้นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร “สารสนเทศภูมิศาสตร์นเรศวร” ที่มีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ และสามารถสืบค้นได้จากเวบของภาควิชาในลักษณะ E-Journal ได้ด้วย 
ต่างๆ เหล่านี้เป็นความพยายามที่จะผลักดันให้สังคมได้เห็นถึงกิจกรรมวิชาการของสถาบันทางภูมิศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศไทย และพยายามที่จะให้สถาบันระดับชาติและนานาชาติได้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันทางภูมิศาสตร์ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อจะได้พิจารณาจัดสรรที่ยืนในเวทีวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติโดยไม่ต้องไปหลบอยู่ใต้กรอบสาขาวิชาอื่นที่มีความสำคัญเทียบเท่ากัน

เอกสารประกอบการเขียน
กัมปนาท ปิยะธำรงชัย (2553) “ทิศทางงานวิจัยภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร” 
      วารสารสารสนเทศภูมิศาสตร์นเรศวร ฉบับที่ 1 ปีที่ 1 (กรกฎาคม-ธันวาคม) หน้า 93-99.
คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ (2547) “งาน ชีวิต และความเชื่อมั่น” หนังสือสิบสองห้าหกสิบ มุฑิตาจิตเนื่องใน
      โอกาสเกษียณอายุราชการผู้ช่วยศาสตราจารย์คนาวุฒิ ศรีประเสริฐ หน้า 3-27.
บัญชา คูเจริญไพบูลย์ (2550) “ครูแท้” หนังสือมุฑิตาจิตเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการของ
       รองศาสตราจารย์บัญชา คูเจริญไพบูลย์ หน้า 7-14.
พัฒนา ราชวงศ์ (2552) นักภูมิศาสตร์ เขาทำอะไรกัน เอกสารเผยแพร่สำหรับนิสิตในหลักสูตรวิทยา
       ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
อรุณ ศรีประเสริฐ (2535) “ความเป็นมาและอนาคตของภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร” 
       หนังสือที่ระลึกหนึ่งทศวรรษภูมิศาสตร์พิษณุโลก หน้า 11-12.

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

30 ปี ภูมิศาสตร์ พิษณุโลก...


30 ปี แล้ว..
เหมือนดังเช่นเมื่อวาน.. แต่ก็เลือนลาง..
เหมือนนานแสนนาน.. แต่ไม่เลือนหาย..